Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)
ส.ค.ส.—ส่ง “ความสุข” PDF Print E-mail
Sunday, 01 February 2009 23:11
เมื่อถึงปีใหม่แต่ละปี ผู้คนส่วนใหญ่ส่ง “ความสุข” ให้กันด้วยการ์ดอวยพร ส.ค.ส. ให้ของขวัญ หรือเยี่ยมเยียนสร้างความชื่นมื่นให้กับผู้ให้และผู้รับได้ในช่วงเทศกาลนี้ เราส่งความสุขแก่กัน เราต่างต้องการความสุขกันใช่หรือไม่ ไม่ว่าเราอยู่ในตำแหน่งหน้าที่อะไรในองค์กร ประธานกรรมการบริหาร พนักงานหรือ แม่บ้าน อะไรหรือคือความสุข

ท่านดาไลลามะกล่าวว่า เมื่อ เราสงบสุขภายใน ชีวิตของเราจะมีความสุขเพิ่มขึ้นมาโดยธรรมชาติ 

เห็นได้ชัดว่าความสันติและความสุขในชีวิตเราเกิดจากภายในไม่ใช่ภายนอก การสอนให้ปรับเปลี่ยนจิตใจหรือ Transforming the mind จีงเป็นวิธีมีสุขที่ลึกซึ้งทีสุดดังที่ท่านดาไลลามะกล่าวในการสอนหลักธรรมใน The Lamrim Chenmo Synopsis

พวกเราหลายคนคิดว่าความสงบสุขมากจากเงิน ชื่อเสียง อำนาจและความสัมพันธ์ ท่านดาไลลามะกล่าวว่าเป็นความคิดที่มองเพียงระยะสั้นและเหมือนสัตว์โลกทั่วไปที่ต้องการความมั่นคงในการอยู่ร่วมในหมู่สัตว์ด้วยกัน สัตว์รู้สึกสบายเมื่ออยู่ในทุ่งเขียวขจีและแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ไม่มีอันตรายรอบข้าง ถ้าเราคิดว่าความสุขขึ้นกับวัตถุ เช่น บ้าน ทรัพย์สิน ชื่อเสียงและครอบครัว เราก็เหมือนเช่นสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นเพียงความคิดที่แคบ

ถ้าเราสามารถรักษาความสงบของจิตใจได้แม้ในช่วงเวลาที่โชคร้ายหรือสภาพการณ์ที่ย่ำแย่ นั่นจึงจะเป็นข้อแตกต่างของมนุษย์ เป็นสัญญาณของความฉลาด สัตว์วิ่งหนีเมื่อชีวิตพบอันตราย ถ้าเราทนต่อความยากลำบากภายในและภายนอกไม่ได้เราก็เหมือนกับสัตว์ทั่วไป เราน่าจะฉลาดกว่าถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลงความเจ็บปวดของการเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายตลอดจนความโชคร้ายทั้งหลาย เป็นความแข็งแกร่งแทน ซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่นไม่ใช่ว่าจะทำได้

สิ่งทีน่าสนใจคือ ไม่ว่าเราจะสุขภาพดี ร่ำรวย มีเพื่อน มีญาติที่ดีอย่างไรก็ตาม จิตใจของเราก็ยังถูกรบกวนด้วยอารมณ์ทางลบที่ถูกจุดประกายด้วยสาเหตุเล็กๆได้อยู่นั่นเอง และคงจะยังเป็นอย่างนี้เรื่อยไปถ้าเราไม่สามารถคิดได้อย่างถูกต้อง

ความทุกข์มาจากจิตใจที่ไม่เชื่อง (untamed mind) สาเหตุสำคัญคือความคิดและอารมณ์ที่ขุ่นมัวเศร้าหมอง (afflictive thoughts and emotions) ซึ่งเกิดจากการเห็นผิดในความเป็นตัวตนของเรา หรือการจับยึดในความเป็นตัวเรา (grasping at a ‘self’ or ‘ego’) เมื่อเราดูให้ละเอียด เราจะพบว่าจิตใจที่มีการจับยึดในตัวตนนั้นรับรู้สิ่งต่างๆผิดพลาดหรือบิดเบือนไป...ไม่น้อยทีเดียว

ดังนั้นในการตัดรากของต้นไม้แห่งความทุกข์นี้ออกไปคือการตัด “ความเข้าใจผิด” (misconception) ในความเป็นตัวเรานี้ออกไปซึ่งเป็นรากของอารมณ์ขุ่นมัวเศร้าหมองต่างๆสาเหตุแห่งความทุกข์

งานหลักของผู้ต้องการความสุขแท้จึงเป็นการละทัศนคติที่คอยรักและเอาใจใส่ตัวเราเอง โดยการฝึกเพิ่มโพธิจิตและเพิ่มการรักและเอาใจใส่ผู้อื่นมากขึ้น (removal of a self-cherishing attitude through the practice of bhodhichitta and the cultivation of an infinite other-cherishing attitude.) ซึ่งแนวพุทธศาสนามหายานนี้เน้นความรักเมตตาและปัญญาเป็นสองปีกหลัก (compassion and wisdom) โดยเรียกจิตใจเปี่ยมล้นเมตตานี้ว่าโพธิจิต 

เมื่อเราเทียบกับพระพุทธศาสนาแนวเถรวาทที่บ้านเราคุ้นเคยกันนั้น ปัญญา เพื่อการละความเป็นตัวตนของเรานั้นเป็นเป้าหมายหลักไม่ต่างกับทางมหายาน เพียงแต่ทางมหายานเน้นหนักในเรื่องความรักความเมตตามากพอๆกับปัญญา ซึ่งเป็นการมองเห็นและเอาใจใส่ผู้อื่นมากกว่าตัวเอง อีกนัยหนึ่งนั่นก็คือการลดอัตตาตัวตนจากการมองเห็นและใส่ใจผู้อื่นมากขึ้นนั่นเอง 

การเน้นความรักความเมตตานี้เป็นวิธีที่ง่ายต่อทุกคนทุกศาสนาหรือแม้แต่ไม่นับถือศาสนาอะไร ทุกคนมีความสุขได้ง่ายๆจากการที่ได้รับความรักความเมตตาจากผู้อื่น ในทางกลับกันผู้ให้ความรักความเมตตาเองก็มีจิตใจชุ่มชื่นได้ทันทีเมื่อเรามีความรักความเมตตาเกิดขึ้นในจิตใจ ซึ่งเมื่อความรักความเมตตานี้ได้รับการสนับสนุนจากปัญญาด้วย จะช่วยทำให้เข้าสู่การละตัวตนหรือหนทางแห่งความสุขแท้ยิ่งขึ้น

แนวคิดแห่งความสุขจะชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเราศึกษาเพิ่มขึ้นและปฏิบัติเพิ่มขึ้นในชึวิตประจำวัน ยิ่งเราทันต่อการดึงเข้าหาตัว หรือการเข้าใจผิดในความเป็นตัวเราของเรามากเท่าไหร่ ความทุกข์ก็ลดลงได้มากเท่านั้น ความสุขแท้มีให้สัมผัสได้เรื่อยๆไปจนกว่าจะสุขถาวรจากการหลุดพ้นจากสังสารวัฏ

หนทางเดินนี้ยาวไกล แต่รื่นรมย์ ทันทีที่เราเพิ่มความรักความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน คนที่ไม่ค่อยชอบพอกัน หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆทั่วไป ตลอดจนละความอหังการ การจับยึดความเป็นตัวตนลง ความสุขสงบก็เพิ่มมากขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ปีใหม่นี้จึงจะเป็นปีที่เราได้ฝึกฝนตนกันมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองสังคมสิ่งแวดล้อมรอบข้างจะเป็นอย่างไร 

ขอความสุขแท้มีแก่ทุกท่าน 
 
บทความสำหรับประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ การบริหารงานและการจัดการองค์กร ตอนที่ ๙๘
เรื่อง ส.ค.ส.—ส่ง “ความสุข” 
โดย ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ  สถาบันการบริหารและจิตวิทยา
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , www.ThaiBoss.com, www.michita.com ๐-๒๙๙๒-๒๑๒๒ แฟกซ์ ๐-๒๕๓๖-๔๑๓๖


 

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.