| ประชุมความสุข |
|
|
|
| Sunday, 01 February 2009 23:15 |
![]() ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมประชุมความสุขมวลรวมนานาชาติ หรือ GNH: Gross National Happiness อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ ๔ กลับมาจัดที่บ้านเกิดของ GNH คือประเทศภูฏาน ที่ผ่านมาครั้งที่ ๒ จัดที่ประเทศแคนาดา และครั้งที่ ๓ จัดที่ประเทศไทยมีผู้เข้าร่วมกว่า ๘๐๐ คน มาจากทั่วโลกกว่า ๒๐ ประเทศ
ก่อนงานประชุมผู้เขียนแวะเมืองกาฎมันฑุ (Kathmandu) ประเทศเนปาลซึ่งเป็นทางผ่านก่อน ไปไหว้พระในวัดเก่าแก่ของที่นั่นอีกครั้ง ทันทีที่ลงเครื่องบินเห็นอาคารผู้โดยสารเสีน้ำตาลเตี้ยๆ ก็อดที่จะเปรียบเทียบกับสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้ อาคารทั้งหมดของสนามบินกาฎมันฑุ มีขนาดเท่าๆกับห้องพักผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องของสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้นเอง ในทางวัตถุประเทศไทยของเราชนะเลิศ ![]() เช่ารถพร้อมคนขับและไกด์ไปทัวร์วัดต่างๆทั่วเมืองกาฎมันฑุ สภาพเมืองวุ่นวายรถรามากขึ้นจากเมื่อหกปีที่แล้ว มลพิษทางอากาศสัมผัสได้ชัดเจนช่วงใจกลางเมือง แต่ก็ยังแพ้กรุงเทพฯ อากาศเย็นสบายประกอบกับต้นไม้รอบเมืองที่ยังมีมากทำให้หลายพื้นที่โดยเฉพาะรอบนอกมีอากาศสดชื่น วัดที่นี่มีทั้งวัดพุทธ วัดฮินดูและผสม เป็นตัวอย่างการผสมผสานศาสนาที่แตกต่างอย่างลงตัวไม่ขัดแย้ง คนที่นี่แม้บอกว่านับถือศาสนาพุทธ ก็ยังเคารพรูปปั้นพระเจ้าในศาสนาฮินดู ปัจจุบันมีประชากรนับถือศาสนาฮินดูมากที่สุด ![]() วัดโบนาธ (Bodhnath) ซึ่งมีสถูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพระเนตรของพระพุทธเจ้ามองผู้คนว่าทำดีไม่ดีอย่างไรรอบสี่ทิศ เป็นศูนย์รวมชาวทิเบตที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองกาฎมันฑุ เราจึงสามารถเห็นลามะและวัฒนธรรมของชาวธิเบตผสมกลมกลืนอยู่ แผ่นดินต้นกำเนิดแห่งพระพุทธศาสนานี้จึงเต็มไปด้วยนิกายมหายานสายทิเบต ไม่ใช่เถรวาทดั้งเดิมเหมือนที่บ้านเรา พุทธศาสนาแนวทิเบตนี้แพร่กระจายในแถบนี้รวมทั้งที่ภูฏาน มีรูปพระสีสันสดใสไว้บูชา เป็นภาพวาดบนกระดาษวางบนกรอบผ้าไว้แขวนบูชาเ รัยกทังก้า รูปพระพุทธรูปเหล่านี้มีเครื่องประดับครบครันไม่โล่งเรียบเหมือนพระพุทธรูปเถรวาท เครื่องประดับแต่ละชิ้นมีความหมายเช่น ความเมตตา การตื่นรู้ ฯลฯ มีพระพุทธเจ้าที่เป็นผู้หญิงด้วยเรียกทาร่า ![]() วิธีภาวนาหนึ่งของแนวนี้ ใช้ทังก้าเป็นเครื่องมือในการภาวนา โดยน้อมนำจิตใจให้ผูกกับทังก้าที่ตนผูกพัน ซี่งมีหลากหลายรูปแบบมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน เช่น เด่นทางเมตตา เด่นทางรักษาเยียวยา เด่นทางปัญญา เด่นทางดุดันเฉียบขาด ![]() ผู้คนที่นี่ไปวัดแต่เช้าโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เดินถือของถวายเช่น ดอกไม้ น้ำ ไปสักการะพระพุทธรูป และรูปปั้นเทวดาต่างๆในวัด คุณป้าคุณลุงใจดีที่พบในวัดช่วยแนะนำให้ทำนั่นทำนี่ พร้อมพาเดินรอบโบสถ์เวียนขวา ระหว่างผ่านรูปปั้นเล็กฐานโบสถ์ก็เอามือแตะรูปปั้นและแตะหน้าผากและหน้าอกตัวเอง เหมือนวิธีสักการะของฮินดู ไกด์ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัททัวร์เล็กๆเล่าว่าคนเนปาลสบายๆอย่างไรก็ได้ ไม่มีตารางนัดล่วงหน้ามากมาย อย่างกรณีของเขาจะนำเราทัวร์ เห็นเพื่อนยืนอยู่ก็ชวนขึ้นมาด้วยเลยให้ไปช่วยกันอธิบาย เพื่อนไม่ติดอะไรก็มาด้วยเลย ชีวิตไม่มีตารางนัดหมายแน่นเอี้ยด ทำสิ่งที่เขารู้สึกมีความสุข ผู้คนไม่เน้นมุ่งหาเงินหน้าตั้งเหมือนหลายประเทศ พอมีพอกิน ใช้ชีวิตไปไม่เร่งรีบ เดินทางต่อไปที่เมืองพาโร ประเทศภูฏาน สนามบินสวยงามท่ามกลางภูเขาและสายธารใสสะอาด ตึกอาคารสไตล์เดียวกันทั้งเมืองเหมือนวัดของเขาที่เรียกว่าซอง (Dzong) ครั้งนี้บ้านเมืองดูสีสดใสสะอาดกว่าสองปีที่แล้ว เนื่องจากเพิ่งเฉลิมฉลองกษัตริย์องค์ที่ ๕ ........ หรือในอดีตคือเจ้าชายจิกมี่ที่คนไทยคลั่งไคล้ ![]() จำได้ว่าในอดีตที่เดินทางจากอินเดียไปเนปาล รู้สึกได้ทันทีว่าอากาศสดชื่น ผู้คนใจดีอารมณ์ดีกว่ากันมาก ครั้งนี้จากเนปาลมาภูฏานก็รู้สึกคล้ายๆกัน โล่งสบาย มองไปทางไหนก็มีภูเขาสูงสวยเหมือนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตึกรามไม่หนาแน่น ผู้คนยิ้มง่ายมาก ง่ายกว่าคนเมืองกาฏมัณฑุอีก ถ้าเทียบกับประเทศไทยคงต้องย้อนไปอีกหลายสิบปีทีเดียว ![]() การเฉลิมฉลองสองสัปดาห์ มีเพื่อนต่างชาติมาแสดงความยินดีกันจากทั่วโลก ประเทศไทยเองก็มีรำไทยไปแสดงให้ประชาชนชาวภูฏาน คนที่นี่คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างดี คนมั่งมีบินไปมาอยู่เรื่อยๆ สินค้าที่ขายนำเข้าจากไทยและอินเดียเป็นส่วนใหญ่ การผลิตในประเทศมีไม่มากนัก สินค้าส่งออกสำคัญของประเทศคือ ไฟฟ้าพลังน้ำ ไม่ใช่สินค้าเกษตรอย่างที่หลายคนคิดว่าน่าจะเป็น เขาอนุรักษ์ต้นไม้ป่าน้ำลำธารอย่างดี จึงเป็นประเทศตัวอย่างในการพัฒนาอย่างยั่งยืน คนที่นี่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย คนอารมณ์ดี ไม่ค่อยโกง เมืองทั้งเมืองอยู่ในระยะที่เดินได้ ก่อนไปทำงานบางคนจึงไปแวะเดินสวดมนตร์รอบโบสถ์ ผู้สูงอายุที่ไม่ต้องทำงานจะสวดมนตร์ลูกประคำไปตลอดทาง วนรอบโบสถ์เป็นร้อยรอบก็มี การมาเยือนครั้งนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น เริ่มมีถนนสี่เลนขึ้นกลางเมือง ตึกอาคารผุดมากขึ้น มีตึกใหญ่โตเตรียมเป็นโรงแรมห้าดาว การแต่งกายของผู้คนเปลี่ยนไป จากที่ใส่ชุดประจำชาติกันทั้งเมือง กลายเป็นนุ่งกางเกงยีนส์ ชุดเก๋สไตล์ฝรั่งมากขึ้นมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ผู้เขียนยอมรับว่ารู้สึกเสียดายวัฒนธรรมอันงดงามของเขาที่กำลังจางลงไป แม้ว่าอีกใจหนึ่งจะบอกว่าเป็นสิทธิของเขาเองที่จะเลือกเป็นอย่างไรก็ตาม ![]() จากการสอบถามผู้คนทั้งบนท้องถนนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าร่วมประชุมด้วย พบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดเริ่มตั้งแต่อิทธิพลของโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ตซึ่งเปิดอิสระเมื่อ ๕ ปีแล้ว รัฐเลิกข้อบังคับให้ใส่ชุดประจำชาติมาประมาณ ๒-๓ ปี และประกอบกับเปลี่ยนประเทศเป็นประชาธิปไตยในปีนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ไม่เพียงแค่การแต่งกายแต่รวมไปถึงวิถีการใช้ชีวิตซึ่งเลียนแบบต่างประเทศ เช่น การมีผับและบาร์เกิดเพิ่มมากขึ้น วัยรุ่นมีปัญหายาเสพติดและเอดส์ รู้แล้วสลดใจและเป็นห่วงไม่น้อยที่ประเทศที่เคยเหมือนแดนสวรรค์แห่งนี้กำลังจะพัฒนา...มาในแนวทางเดียวกับประเทศไทยเรา แม้แต่ในเรื่องการคอรับชั่น ![]() การประชุมนานาชาติ GNH ครั้งนี้จัดในหัวข้อ Practice and Measurement สามวันกับบทความวิชาการจากทั่วโลกกว่าแปดสิบบทความ หลายชิ้นเป็นงานวิจัยพัฒนาเครื่องมือการวัดความสุขมวลรวมแบบต่างๆ ผลการสำรวจความสุขและความอยู่เย็นเป็นสุขของประเทศต่างๆตั้งแต่ภูฏาน จนถึงอังกฤษ การนำแนวคิด GNH ไปปรับใช้ในสาขาวิชาต่างๆ เช่นธรรมาภิบาล (Good governance) สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาชุมชน จิตวิทยา คุณภาพชีวิต ชีววิทยา หรือแม้แต่การจัดการองค์กร สนใจอ่านรายละเอียดได้ที่ www.bhutanstudies.org.bt ![]() นักวิชาการ นักสังคม นักธุรกิจ ข้าราชการ ลามะ นักศึกษาฯลฯ นานาชาติจากหลากหลายวิชาผลัดกันขึ้นไปนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอดสามวันเต็ม คั่นด้วยงานแสดงศิลปะวัฒนธรรม ชมวัดและวิว และวันสุดท้ายคนต่างชาติได้ไปเข้าเฝ้าพระมหากษํตริย์อย่างใกล้ชิดเป็นเวลาหลายชั่วโมงเกินกำหนดการณ์เนื่องจากพระองค์มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพวกเราเรื่อง GNH อย่างออกรสชาติ ทำให้หลายคนประทับใจในการถามตอบของพระองค์เป็นอันมากนอกจากบุคคลิกที่สง่างามและอ่อนน้อมของพระองค์ ![]() เย็นวันสุดท้ายก่อนกลับชาวต่างชาติเริ่มวิตกกังวลว่าจะกลับประเทศได้อย่างไร เนื่องจากสนามบินสุวรรรณภูมิของประเทศไทยถูกปิดโดยผู้ประท้วง คนไทยไม่กี่คนในงานถูกถามเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ผู้จัดงานวิ่งวุ่นประสานงานหาเที่ยวบินที่ไปได้ ช่วงเวลากังวลนี้อยู่ได้ไม่นานก็จางไป ถูกแทนด้วยบรรยากาศความชื่นมื่นอบอุ่นจากการล่ำลาอย่างกับเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ต่างจากการประชุมวิชาการอื่นๆที่ผู้เขียนเคยเข้าร่วม อาจเพราะคนเหล่านี้เชื่อมั่นในความสันติสุขที่สร้างร่วมกันได้ การประชุมวิชาการแนวนี้สร้างการประสานงานร่วมกันระหว่างนักคิดนักทำจากทั่วโลก หลายงานเกิดจากการจุดประกายในการประชุมนี้ กระแสการสร้างความสุขแท้จริงแก่โลกยังคงดำเนินต่อไป บทความสำหรับ ดอกเบี้ยธุรกิจ คอลัมน์ มากกว่าเงินตรา ๓๐ โดย ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ สถาบันการบริหารและจิตวิทยา
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
,www.ThaiBoss.com www.michita.com ๐-๒๙๙๒-๒๑๒๒ แฟกซ์ ๐-๒๕๓๖-๔๑๓๖ |















