Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)
จริยธรรมในธุรกิจ PDF Print E-mail
Thursday, 01 January 2009 00:00
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนายกรัฐมนตรี โดยอดีตนายกรัฐมนตรีถูกศาลพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ (นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ ๙ ก.ย. ๒๕๕๑) เผยว่าการพิจารณาการขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีของนายสมัคร คณะตุลาการฯพิจารณาว่าเป็นประเด็นของ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เพราะมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่นายกฯ เป็นเงื่อนไขในการหาโฆษณาให้รายการ ประเด็นที่น่าสนใจเพื่อการเรียนรู้คือทำไมนายกฯจึงถูกศาลสั่งให้ออก “ผลประโยชน์ทับซ้อน” คืออะไร  และประเด็นจริยธรรมแบบนี้มีในองค์กรธุรกิจหรือไม่
 
จากฐานข้อมูลการเมืองการปกครองสถาบันพระปกเกล้า รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต เขียนว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือผลประโยชน์ขัดกัน คือ สถานการณ์ที่บุคคล เช่น ทนายความ นักการเมือง หรือผู้บริหาร หรือผู้อำนวยการของบริษัท มีผลประโยชน์ทางวิชาชีพหรือส่วนตัวแข่งกับตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจ  การมีผลประโยชน์แข่งกันเช่นว่า ทำให้การทำหน้าที่โดยไม่ลำเอียงทำได้ยาก แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานการกระทำที่ไม่เหมาะสม การมีผลประโยชน์ทับซ้อนอาจทำให้เกิดภาพของความไม่เหมาะสมที่อาจบ่อนทำลายความไว้วางใจในความสามารถของบุคคลที่จะกระทำอย่างเหมาะสม ....ยิ่งกว่านี้ ผลประโยชน์ทับซ้อนอาจหมายถึง สถานการณ์ที่ปัจเจกบุคคลหรือบริษัทอยู่ในฐานะที่จะแสวงหาประโยชน์จากตำแหน่งวิชาชีพ หรือตำแหน่งราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบริษัท...” Dr. Michael McDonald จาก The University of British Columbia ชี้ให้เห็นองค์ประกอบสามอย่างในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนคือ
 
๑. มีผลประโยชน์ส่วนตัว โดยทั่วไปอยู่ในรูปของเงินหรืออาจเป็นอย่างอื่น เช่น ดอกเบี้ย หรือสิทธิประโยชน์กับคนในครอบครัว ซึ่งประกอบกับส่วนประกอบที่สอง
 
๒. อำนาจหน้าที่ ที่จะต้องรับผิดชอบในฐานะมืออาชีพที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างดีต่อลูกค้า นายจ้าง ฯลฯ อำนาจหน้าที่นี้ควรจะมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตน
 
๓. การที่ผลประโยชน์ทับซ้อนแทรกแซงวิจารณญาณมืออาชีพเหล่านั้น ลูกค้าก็ดี นายจ้างก็ดี หวังว่ามืออาชีพเหล่านั้นจะเป็นอิสระและชัดเจน วิจารณญาณไม่บิดเบือนไป แต่เขาไม่ทำอย่างนั้นจึงเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (http://www.ethics.ubc.ca/people/mcdonald/conflict.htm) 
 
ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เขียนใน มติชนออนไลน์ วันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ว่าในสภาวะปกติ บุคคลอาจตัดสินใจและใช้วิจารณญาณต่างๆ ได้ตามใจชอบอย่างไม่มีใครไปว่ากล่าวได้ เช่น เปลี่ยนงาน แต่เมื่อตนเองเป็นผู้รับผิดชอบในหน้าที่แล้ว การกระทำส่วนตัวเช่นเปลี่ยนงานนั้นก็อาจก่อให้เกิดผลเสียแก่องค์การที่ตนเองทำงานอยู่ได้ เช่น ทำงานให้แก่ภาครัฐในการร่างสัญญาควบคุมการทำงานของคู่สัญญา และลาออกเปลี่ยนไปทำงานให้แก่บริษัทคู่สัญญาเมื่อร่างสัญญานั้นเสร็จสิ้นลง การกระทำอย่างนี้เข้าข่าย COI: Conflict of Interest (เป็นการขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับภาครัฐ) เพราะอาจมีข้อสงสัยว่าได้มีการร่างสัญญาที่รู้เห็นเป็นใจกับคู่สัญญาจนฝ่ายรัฐเสียประโยชน์
 
ในวงการธุรกิจก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนให้เห็น เช่น ในอุตสาหกรรมด้านการแพทย์ของสหรัฐกำลังถูกตรวจสอบเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยนักวิจัยสหรัฐและออสเตรเลียร่วมกันเปิดเผยบทสรุปของรายงานผลการศึกษาที่ชี้ว่าแพทย์เกือบทุกคนมีความใกล้ชิดกับบริษัทผลิตยา โดยแพทย์ถึง 25% ยอมรับว่าได้รับเงินโดยตรงจากบริษัทผลิตยา ขณะที่แพทย์ฝึกหัด 94% สารภาพว่ามีความสัมพันธ์อย่างหนึ่งอย่างใดกับอุตสาหกรรมยา แม้ว่าส่วนใหญ่จะหมายถึงการเลี้ยงอาหารหรือการให้ตัวอย่างยาก็ตาม ก่อนหน้านี้ผลการศึกษาอื่นๆ พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทยาและแพทย์มีผลต่อการสั่งยาของแพทย์ (http://www.komchadluek.net/2007/04/27/g001_110661.php?news_id=110661) นั่นแปลว่ายาที่เราใช้อาจจะแพงกว่าที่จำเป็นได้ ถ้าแพทย์พยายามสั่งยาจากบริษัทที่ตนมีความสัมพันธ์แทนยาที่ใช้ได้เหมือนกันแต่ถูกกว่า
 
ธุรกิจใหญ่หลายที่ระบุเรื่อง Conflict of Interest ไว้ชัดเจนในกฎระเบียบขององค์กร บางที่แสดงตัวอย่างให้ชัดเจนเลยว่าแบบใดเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น บริษัทอีริคสัน ระบุตัวอย่างว่าพนักงานไม่ควรใช้โอกาสทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงานเพื่อตนเองถ้าพบว่าจะเป็นผลเสียต่อตัวองค์กร พนักงานไม่ควรใช้สินทรัพย์หรือข้อมูลของบริษัท หรือตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง อีกตัวอย่างของบริษัทอีริคสันคือ การว่าจ้างนอกเหนือจากการเป็นพนักงานบริษัทอีริคสันไม่ว่าจะได้ค่าจ้างหรือไม่ ต้องไม่มีผลกระทบต่อผลการทำงานในบริษัทไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาหรือความสนใจในงาน ฯลฯ ( http://www.ericsson.com/ericsson/corporate_responsibility/doc/code_business_ethics.pdf)
 
เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนี้ เป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐาน ซึ่งแม้แต่องค์กรธุรกิจแสวงหากำไรก็ปฏิบัติกัน อันจะนำมาซึ่งการทำงานที่มีประสิทธิภาพที่ดีต่อองค์กร ตลอดจนผู้ใช้บริการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย การละเมิดจริยธรรมพื้นฐานอย่างผลประโยชน์ทับซ้อนนี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นองค์กรสาธารณชน ราชการ รัฐวิสาหกิจ และโดยเฉพาะรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชนทั่วไปนั้น จึงยิ่งควรรักษาจริยธรรมขั้นต้นนี้ให้ดี เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาติและประชาชนทั่วไป การทำผิดในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนี้จึงรุนแรงมากพอที่ผู้นำหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ทำผิดต้องพ้นตำแหน่งออกไป ดังกรณีศึกษาของประเทศเรา หวังว่าเราจะร่วมเรียนรู้กันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นอีก
 
นอกจากเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่เป็นประเด็นสดของประเทศในตอนนี้ ยังมีจริยธรรมธุรกิจอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งในสังคมสมัยนี้ภาคธุรกิจมีบทบาทอย่างสูงต่อสังคม สามารถชี้นำหรือมีอิทธิพลต่อผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ทั้งหลายรอบด้านเช่น ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น หรือสังคม ด้วยการปฏิสัมพันธ์หรือมีพันธะสัญญาร่วมกัน ซึ่งองค์กรธุรกิจสามารถชี้นำไปในทางที่มีจริยธรรมหรือตรงข้ามก็ได้ การคำนึงถึงจริยธรรมธุรกิจจึงเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวองค์กรและสังคมโดยรวม

จิตสำนึกที่ดีต่อสังคมของผู้คนในวงการธุรกิจแต่ละคนมีผลขยายต่อผู้คนรอบข้าง ซึ่งจากที่พบกันการมีพฤติกรรมที่คุณธรรมสูงหรือมีจริยธรรมสูงไม่ได้ทำให้ผลงานขององค์กรลดลงแต่กลับทำให้หลายองค์กรยั่งยืนและมีเสถียรภาพในการทำงานดี ถ้าจะเอ่ยถึงองค์กรทางธุรกิจที่ต้องล้มลงไปเพราะการมีจริยธรรมและวินัยทางธรุกิจไม่ดีพอ คงจะเล่าได้ไม่หมดในพื้นที่ของบทความนี้ Fritzsche (2005) รวบรวมผลของพฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรมไว้ในตารางข้างล่างนี้ ตั้งแต่การให้สินบน, การบังคับขู่เข็ญ, การหลอกลวง, การขโมย และการไม่ยุติธรรมหรือแบ่งแยกแตกต่าง ล้วนแล้วแต่ทำให้ผลการทำงานขององค์กรลดลงทั้งสิ้น  ตารางที่ ๑ ผลกระทบจากพฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรม
 
 
 
การให้สินบนซึ่งเราพบได้บ่อยในแผนกจัดซื้อขององค์กรต่างๆ ที่คู่ค้า (suppliers) พยายามให้ผลประโยชน์บางอย่างแก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจนำของเข้าไปในองค์กร พนักงานที่มีอำนาจตัดสินใจจึงต้องใช้จริยธรรมของตนในการตัดสินใจว่าจะรับผลประโยชน์นั้นๆหรือไม่ ซึ่งถ้ารับก็จะมีผลต่อแปรเปลี่ยนการตัดสินใจซื้อของ แทนที่จะเลือกสินค้าที่ดีมีคุณภาพราคาเหมาะสมที่สุดกลับได้ของคุณภาพต่ำกว่าหรือราคาสูงกว่าที่ควรให้แก่องค์กร  

ในกรณีนี้บริษัทซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่นจำกัด (มหาชน) ได้ทำคู่มือจริยธรรมธุรกิจแจกพนักงานเขียนในแนวทางปฏิบัติชัดเจนว่า “...ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามกระบวนการจัดซื้อ/ จัดจ้าง ให้เป็นไปตามนโยบายของซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น อย่างเคร่งครัด มีความโปร่งใส ชัดเจน เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการจัดซื้อ...ควรหลีกเลี่ยงการไปร่วมกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการรับประทานอาหารหรือเล่นกีฬากับบริษัทคู่ค้า หากเป็นกรณีจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ควรมีตัวแทนของ ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น เข้าร่วมมากกว่าหนึ่งคนและต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อน...” เป็นตัวอย่างที่แจ้งให้พนักงานได้ชัดเจนล่วงหน้าไม่ให้มีการรับสินบน

บางอาการที่พบบ่อยในองค์กรก็ไม่ได้ระบุชัดเจนในคู่มือจริยธรรมธุรกิจของหลายองค์กร การตรวจสอบภายในก็ดี การตรวจสอบบัญชีจากภายนอกก็ดีจึงเป็นอีกวิธีการที่ช่วยตรวจสอบควบคุมดูแลให้คนปฏิบัติอยู่ในความเหมาะสมไม่ก่อความเดือดร้อนให้องค์กรหรือผู้อื่น ถึงกระนั้นกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ใดๆก็ตามก็ไม่สามารถจัดการได้ถึงสาเหตุของปัญหา หลายองค์กรจึงนิยมเสริมจริยธรรมในจิตใจของพนักงานตนด้วยวิธีการต่างๆ เช่น จัดอบรมวิปัสสนาภาวนาให้พนักงาน พาพนักงานไปฟังเทศน์ทำบุญในโอกาสต่างๆ พาพนักงานไปทำงานจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคม ฯลฯ            

คนสำคัญอีกกลุ่มหนึ่งที่จะทำให้พนักงานอยู่ในจริยธรรมที่งดงามได้คือผู้บริหาร ที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้ พนักงานบางคนอ้างทันทีที่ถูกสอบถามเรื่องจริยธรรม ว่าผู้บริหารท่านนั้นนี้ยังทำเลย แล้วทำไมเขาจึงจะทำไม่ได้ บริษัทยังมีบัญชีสองบัญชีเลยแล้วทำไมผมจะโกงบริษัทไม่ได้ ดังนั้นจะเริ่มสร้างจริยธรรมธุรกิจให้เกิดขึ้นได้จริง เห็นจะต้องเริ่มที่ตัวเราแต่ละคนทั้งผู้บริหารและพนักงานไปพร้อมๆกัน ช่วยกันป้องกันและส่งเสริมกันในทางที่ดี เพื่อองค์กรของเราที่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสังคมที่เป็นสุขกันเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ 
 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.