| เบื้องหลังการกระทำ |
|
|
|
| Thursday, 01 January 2009 00:00 |
|
ในการทำงานกับผู้คนหลากหลายวงการ หลากหลายเชื้อชาติ ผู้เขียนค้นพบความเหมือนในความแตกต่างอยู่เป็นระยะๆ เรื่องหนึ่งที่คล้ายๆกันในแต่ละวงการแต่ละกลุ่มคนคือการโต้ตอบกันบนการกระทำ ที่แสดงออกมา โดยมิได้คำนึงถึง “เบื้องหลังการกระทำ” นั้นๆ ผลที่ได้ บาง ครั้งก็ดี บางครั้งก็ทำให้เกิดความไม่ลงรอยกัน ไม่เข้าใจกัน หรือไม่อยากทำงานร่วมกันอีก เรื่องนี้พบทั้งในการทำงานภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคเอกชน จะเห็นมากโดยเฉพาะเมื่อทำงานข้ามภาคส่วนกัน ขอยกเรื่องแต่งจากเค้าเรื่องจริงให้ชัดขึ้น
ชนะ ชัย หัวหน้าโครงการของบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง สนใจช่วยเหลือสังคมจึงเข้าไปช่วยเหลือโครงการต่างๆของหน่วยราชการที่ เกี่ยวข้องโดยเฉพาะในเรื่องคนพิการ ด้วยประสบการณ์และความถนัดในเรื่องโฆษณา เขาจึงเห็นชัดเจนว่าประเด็นนี้ยังขาดการสื่อสารกับสังคมทั่วไปมาก เขาจึงเสนอให้มีการทำป ระชาสัมพันธ์โครงการของรัฐที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง คณะกรรมการเห็นชอบจึงให้มีการดำเนินการ แต่เนื่องจากทางราชการไม่มีคนพอในการทำงานนี้จึงให้ outsource งาน หรือเปิดให้คนนอกราชการรับงานนี้ไปทำ ชนะชัยผู้ซึ่งเสนอเรื่องนี้เองก็ได้รับการทาบทามจากสดศรี ข้าราชการประจำหน่วยงาน ให้ช่วยเสนอโครงการเพื่อรับงานนี้ไปทำด้วย สดศรีย้ำกับชนะชัยเพราะเธอไม่มั่นใจว่าคนอื่นที่เข้ามาจะเข้าใจหลักการที่ ร่วมคิดกันหรือไม่ ชนะ ชัยผู้ซึ่งงานเต็มมืออยู่แล้ว และเห็นงบประมาณของงานนี้ก็ทราบว่าทำไปก็ไม่ได้กำไรอะไร งบประมาณมีแค่ค่าใช้จ่ายที่ทำให้เกิดงานเท่านั้น อาจจะเรียกว่าขาดทุนด้วยซ้ำถ้าคิดค่าตัวของชนะชัยเข้าไปด้วย แต่ด้วยความอยากช่วยเหลือสังคมของเขา เขาจึงตกลงรับงานนี้ไปทำ การ ทำงานร่วมกันเริ่มติดขัด ในระบบราชการที่ต้องมีการตั้งเบิกอย่างละเอียดเอกสารถูกต้องครบถ้วน ระเบียบวิธีการและเงื่อนเวลาต่างๆ เป็นข้อจำกัดที่ชนะชัยพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากเริ่มงานไป ผู้ว่าจ้างซึ่งขณะนี้คือภาครัฐเริ่มไม่พอใจกับผลงาน มีการเรียกไปต่อว่าถึงผลงานที่ไม่เป็นไปดังคาดหวัง ชนะชัยเริ่มเครียดและไม่เข้าใจว่าตกลงเขาเป็นลูกจ้างหรือว่าคนที่ถูกขอร้อง ให้มาช่วยกันแน่ ความ ขัดแย้งระหว่างสองส่วนเริ่มรุนแรงขึ้น สดศรีเริ่มไม่พอใจชนะชัยที่ทำงานไม่ได้อย่างที่อยากให้เป็น ในเมื่อรับเงินไปแล้วมากมายขนาดนั้น ยังจะบ่นอีกว่าได้เงินน้อย มากกว่าเงินเดือนของเราไม่รู้ตั้งกี่เท่า พวกนักธุรกิจนี่เห็นแก่เงินจริงๆ นึกแล้วเชียวว่าจะเป็นคนดีจรงิหรือทำเป็นมาช่วยสังคม ในเมื่อเราเป็นคนจ้างเราต้องการแบบนี้เขาก็ต้องทำให้ได้ซิ ชนะชัยเองก็เริ่มหงุดหงิดกับกระบวนการตรวจรับ รำคาญความล่าช้าของการติดต่อระหว่างหน่วยงาน รำคาญความจุกจิกในรายละเอียด เรื่องนิดเดียวก็ต้องทำเอกสารอะไรกันมากมาย เรื่องแค่นี้ที่บริษัทเราทำเสร็จไปตั้งนานแล้ว ราชการเป็นอย่างนี้นี่เองบ้านเมืองถึงไม่รุ่งเรืองเสียที แล้วนี่ให้เงินมาแค่นี้จะเอาเสียอย่างกับโครงการร้อยล้าน ใช้เราอย่างกับทาส เราก็งานมากมายอยู่แล้ว มาขอร้องให้ทำมิใช่หรือ นี่มาช่วยนะไม่ใช่มาให้จิกใช้ เลิกงานนี้อย่าได้เจอกันอีกเลย.......................................................................................... ท่าน ผู้อ่านรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เห็นใจฝ่ายใดเป็นพิเศษคะ ทำไมสดศรีและภาครัฐจึงมีปฏิกิริยาอย่างนั้นกับชนะชัย ทำไมชนะชัยจึงไม่พอใจกับปฏิกิริยาของสดศรี ทำไมสดศรีจึงต้อง มีกฎระเบียบมากมายอย่างนั้น ทำไมชนะชัยจึงทำงานไม่เหมือนอย่างที่สดศรีอยากได้ ใครถูก ใครผิด หรือว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองฝ่าย??? ท่าน เคยประสบกับเหตุการณ์ทำนองนี้หรือไม่คะ ตั้งใจมาทำงานร่วมกันด้วยความหวังดีซึ่งกันและกันโดยแท้ แต่ทำไมจึงลงเอยแบบนี้ สมมติว่าเราย้อนเรื่องใหม่ ลองอ่านเบื้องหลังของการกระทำของทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง ถามย้อนเข้าไปเมื่อเราเริ่มตั้งแง่หรือหงุดหงิดกับใครสักคน ถามตัวเราเองนะคะ J ถ้าไปถามเขาในจังหวะเวลาผิด เรื่องอาจบานปลายกว่าเดิม ลองทำความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งให้ลึกขึ้น ถึงกรอบแนวความคิดพื้นฐานของแต่ละคน หลายครั้งที่พวกเราจะเผลอดูแค่การกระทำที่เขาเหล่านั้นแสดงออกมา แต่ละการกระทำมีสาเหตุเบื้องหลัง มีทั้งสาเหตุหรือปัจจัยที่เขาควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ มีทั้งสาเหตุหรือปัจจัยที่มีอยู่เดิมหรือสร้างใหม่ขึ้นบนเนื้อหาที่ต่อ เนื่องกันมา มีทั้งส่วนที่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงแท้และส่วนที่เราคิดสร้างขึ้นมาเองจาก เหตุการณ์หรือการกระทำต่างๆ เชื่อมต่อกันเป็นระโยงระยาง อยู่เบื้องหลังการกระทำนั้นๆ เมื่อ เราลองย้อนถามสาเหตุที่แท้ของการกระทำนั้นๆเข้าไปลึกขึ้นๆ เราก็จะเข้าใจสาเหตุที่แท้ได้ดีขึ้น เข้าอกเข้าใจสถานการณ์และผู้เกี่ยวข้องต่างๆได้ดีขึ้น เป็นผลให้เราจัดการกับเหตุการณ์หรือรู้แนวที่จะปฏิสัมพันธ์กับผู้เกี่ยวข้อง ต่างๆได้บนพื้นฐานของความเป็นจริงแท้มากขึ้น เพียงแค่นี้เราก็จะมีความสุขได้พร้อมกับงานที่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า ปัญหา ใหญ่ที่พวกเราพบคล้ายๆกันคือ สถานการณ์หรือการกระทำหลายๆอย่างพาให้เรา “หลง” โกรธ หลงหงุดหงิดไปกับเรื่องนั้นๆจนไม่มีโอกาสมีสติกลับมา “ถามย้อน” เข้าไปอย่างที่รู้หลักการ...เท่านั้นเอง J |




